ติดต่อ ที่ดินภูเก็ต : ศักดิ์ดา การวิจิตร โทร : 081-5377146 อีเมล์ : s_karnwigit@yahoo.com ...
21 มกราคม 2552

เอกชนเสนอรัฐหันกระตุ้นเศรษฐกิจภาพใหญ่ดีกว่า ต้องสร้างงานจากเมกะโปรเจค มาตรการลดภาษีอาจไม่ได้ผล เพราะปัญหาคือคนไม่มีกำลังซื้อ

เอกชน เสนอความคิดเห็นรัฐหันกระตุ้นเศรษฐกิจภาพใหญ่ดีกว่า ต้องสร้างงานจากเมกะโปรเจคแทนการใช้มาตรการลดภาษี ที่มองว่าอาจไม่ได้ผล เพราะปัญหาคือคนไม่มีกำลังซื้อ

นางสุพินท์ มีชูชีพ กรรมการผู้จัดการ โจนส์ แลง ลาซาลล์ กล่าวให้ความคิดเห็นว่า มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่เพิ่งมีการเสนอจากภาครัฐฯ นับเป็นก้าวที่น่ายินดีหากประสบความสำเร็จ น่าจะช่วยเพิ่มความต้องการในตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่กำลังอ่อนตัวอยู่ในขณะ นี้ได้ แต่ปัญหาสำคัญที่ภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของไทยกำลังเผชิญอยู่ในขณะนี้คือ ความต้องการในตลาดที่ลดต่ำลง จากปัญหาวิกฤติการเงินโลกซึ่งนำไปสู่ภาวะเศรษฐกิจโลกตกต่ำ และผลกระทบต่อเศรษฐกิจโดยรวมของไทย แผนการ ออก มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลน่าจะช่วยให้เศรษฐกิจโดยรวมของประเทศมีทิศ ทางที่ดีขึ้น ซึ่งจะส่งผลดีต่อภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ด้วย เนื่องจากความต้องการในภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ผูกติดอยู่กับภาวการณ์ทางเศรษฐกิจโดยรวมเป็นสำคัญ

" การประกาศพัฒนาโครงการเมกะโปรเจคน่าจะมีผลดีต่อธุรกิจอสังหาฯ มากกว่าการใช้มาตรการด้านภาษี หรือการเร่งให้เกิดการซื้อบ้านในภาวะที่คนยังมีกำลังซื้อที่ไม่แข็งแรง เพราะจะทำให้ซ้ำรอยกับวิกฤติการเงินของสหรัฐอเมริกาได้"

โดยนางสุพินท์ ยังกล่าวอีกว่า ขณะนี้ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ไม่มีปัญหา แต่เศรษฐกิจมีปัญหา คนไม่มีกำลังซื้อ รัฐบาลจึงควรกระตุ้นให้เกิดการสร้างงาน การสร้างเมกะโปรเจคจะทำให้เกิดการจ้างงาน ทำให้คนมีรายได้ และหลังจากนั้นอสังหาฯ จะเติบโตเองทั้งด้านดีมานด์และซัพพลาย

ด้านแผนมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในครั้งนี้ ครอบคลุมมาตรการกระตุ้นภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์โดยตรงด้วย ได้แก่ การเพิ่มวงเงินต้นและยอดดอกเบี้ยเงินกู้ซื้อที่จะสามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้ จากเดิม ไม่เกิน 100,000 บาทเป็นเงินต้น 300,000 บาท และดอกเบี้ย 100,000 บาท รวมแล้วเป็น 400,000 บาท

นางสุพินท์กล่าวว่า มาตรการในส่วนที่เกี่ยวกับการกระตุ้นตลาดอสังหาริมทรัพย์ดังกล่าว จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการซื้อให้กับผู้ที่ต้องการซื้อที่อยู่อาศัย และเร่งให้ที่สนใจซื้อตัดสินใจได้เร็วยิ่งขึ้น อย่างไรก็ดี คาดว่ามาตรการในส่วนนี้จะไม่มีผลใดๆ มากนัก เนื่องจากเวลานี้ ปัญหาที่แท้จริงคือ ผู้ซื้อขาดความเชื่อมั่น ซึ่งเป็นผลกระทบมาจากปัญหาความผันผวนทางการเมืองและเศรษฐกิจ และตราบใดที่ผู้บริโภคยังรู้สึกขาดความมั่น ใจ ในสภาวะการว่าจ้างงานและรายได้ในอนาคต ผู้บริโภคจะยังไม่กล้าสร้างภาระหนี้สินใดๆ ในเวลานี้ รวมถึงการกู้เงินซื้อที่อยู่อาศัย

เศรษฐกิจ โดยรวมที่ดีขึ้น จะช่วยให้มีการขยายตัวของความต้องการในตลาดอสังหาริมทรัพย์ ไม่เฉพาะแต่ในส่วนของภาคธุรกิจที่อยู่อาศัยเท่านั้น แต่ยังรวมถึงอสังหาริมทรัพย์ประเภทอื่นๆ ด้วย ไม่ว่าจะเป็นอาคารสำนักงาน ศูนย์การค้า โรงแรม เป็นต้น

ด้านนายวิศิษฎ์ กล่าวให้ความคิดเห็นว่า นโยบายกระตุ้นอสังหาฯ ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี แต่ในทางปฏิบัติจริงแล้วรัฐต้องลงรายละเอียดเชิงลึก เพราะมาตรการเรื่องการลดหย่อนภาษีด้วยเงินต้น 300,000 บาท และดอกเบี้ย 100,000 บาทนั้น ส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มบ้านระดับราคา 3 ล้านบาทขึ้นไป อาจจะยังไม่ครอบคลุมกลุ่มคนที่มีกำลังซื้อน้อยเท่าไรนัก

โดย : กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ 20-01-2552

0 ความคิดเห็น: